จับประธานาธิบดีเกาหลีใต้ “ยุน ซอกยอล” ไร้นองเลือด คุมตัวสอบก่อนนำฝากขัง

บรรยากาศการเมืองในเกาหลีใต้ระอุอีกครั้ง หลังเจ้าหน้าที่ซีไอโอและตำรวจนับพันนายปฏิบัติการบุกทำเนียบประธานาธิบดี “ยุน ซอกยอล” ตอนเช้ามืดเข้าจับกุม แม้มีกลุ่มผู้สนับสนุนและทีมทนายความยืนขวาง แต่เจ้าหน้าที่สามารถล็อกตัวได้สำเร็จโดยไม่มีเหตุนองเลือด นำตัวไปสอบปากคำ หลังการจับกุม ทนายความประธานาธิบดีเผยแพร่คลิปวิดีโอของนายยุน ซอกยอล กล่าวถึงเหตุผลที่ตัดสินใจเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนการคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่ระดับสูง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 15 ม.ค. ถึงการจับกุมนายยุน ซอกยอล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ วัย 64 ปี ของเจ้าหน้าที่สอบสวนการคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่ระดับสูงหรือ CIO ที่บุกไปจับถึงทำเนียบประธานาธิบดี เขตยงซาน กรุงโซล ตามหมายจับ หลังประธานาธิบดีเกาหลีใต้ไม่ยอมมาให้ปากคำตามหมายเรียกของเจ้าหน้าที่สอบสวน เรื่องการประกาศใช้กฎอัยการศึกยามค่ำคืนเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.67 ว่าเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบและก่อกบฏ จนเกิดความวุ่นวายในประเทศ กลายเป็นประธานาธิบดีของเกาหลีใต้คนแรกที่ถูกจับกุมในขณะที่ยังดำรงตำแหน่ง
ปฏิบัติการจับกุมนายยุน ซอกยอล เริ่มขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 04.20 น. ตามเวลาท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ซีไอโอ และตำรวจประมาณ 3,000 นาย เดินทางมาที่ทำเนียบประธานาธิบดี พบมีการติดตั้งลวดหนามกีดขวางไว้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเสียเวลาตัดลวดหนามอยู่นานนับชั่วโมง แล้วใช้บันไดปีนข้ามรถบัสที่จอดขวางทาง ฝ่ากำแพงมนุษย์อย่างกลุ่มสมาชิกรัฐสภาพรรครัฐบาลพลังประชาชนและทีมกฎหมายของนายยุน ซอกยอล ที่ยืนขวางจนสามารถบุกเข้าไปด้านในของทำเนียบได้ในเช้าวันเดียวกัน ขณะที่มีกลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดีกว่า 6 พันคน มารวมตัวต่อต้านการจับกุมท่ามกลางอากาศหนาวเย็นและเกิดปะทะกับเจ้าหน้าที่จนมีผู้บาดเจ็บ ขณะเดียวกันกองทหารที่รับผิดชอบดูแลรักษาความปลอดภัยทำเนียบฯ ถูกกระทรวงกลาโหมมีคำสั่งไม่ให้ขัดขวางการจับกุมนายยุน ซอกยอล และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ซีไอโอและตำรวจจับกุมตัวนายยุน ซอกยอล ได้สำเร็จ
หลังถูกจับกุม นายยุน ซอกยอล ถูกพาตัวไปสอบปากคำที่สำนักงานสอบสวนการคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในเมืองควาชอน จังหวัดคยองกี ทางตอนใต้ของกรุงโซล การสอบสวนใช้เวลานานประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง โดยนายยุน ซอกยอล ได้ขอ ใช้สิทธิไม่ให้การกับตำรวจและไม่มีการบันทึกวิดีโอขณะสอบปากคำ ต่อมานายยุน ซอกยอล ถูกสอบปากคำอีกครั้ง ก่อนถูกนำตัวไปขังเดี่ยวที่สถานกักกันโซล เมืองอึยวัง จังหวัดคยองกี ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่มีสิทธิควบคุมตัวนายยุน ซอกยอล ได้เพียง 48 ชั่วโมงกรณีศาลมีคำสั่งให้จับกุมอย่างเป็นทางการ แต่ยังมีอำนาจควบคุมตัวนายยุน ซอกยอล ได้อีก 20 วัน ก่อนส่งต่อคดีให้อัยการเพื่อสั่งฟ้อง
หลังการจับกุมประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ทนายของนายยุน ซอกยอล ได้เผยแพร่วิดีโอความยาวไม่ถึง 3 นาที ที่มีการบันทึกไว้ล่วงหน้า เป็นข้อความที่นายยุน ซอกยอล กล่าวถึงประชาชนชาวเกาหลีใต้ว่า “ผมตัดสินใจที่จะไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนการคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่ระดับสูง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์นองเลือด หลังจากที่เห็นเจ้าหน้าที่พยายามบุกเข้ามาในทำเนียบประธานาธิบดี ซึ่งเป็นเขตรักษาความปลอดภัยด้วยการใช้อุปกรณ์ดับเพลิง ขณะนี้หลักนิติธรรมของเกาหลีใต้ได้พังทลายลงแล้ว เนื่องจากมีการออกหมายจับให้กับหน่วยงานที่ไม่มีอำนาจในการสอบสวน ในฐานะประธานาธิบดี ผู้ต้องปกป้องรัฐธรรมนูญและระบบกฎมายของประเทศ การทำตามกระบวนการอันมิชอบด้วยกฎหมายนี้ไม่ถือว่าเป็นการยอมรับให้มีการสอบสวน แต่ผมทำเพื่อปกป้องไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงโดยไม่จำเป็น และขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนกับผม”
สำหรับการจับกุมนายยุน ซอกยอล ครั้งนี้ ถือเป็นปฏิบัติการครั้งที่ 2 หลังจากเจ้าหน้าที่ซีไอโอตัดสินใจยกเลิกการจับกุมตามหมายจับเมื่อวันที่ 3 ม.ค.68 ด้วยกังวลเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากขณะเข้าจับกุมมีหน่วยอารักขาประธานาธิบดีและทหารเข้าขัดขวางจำนวนมาก ทำให้สำนักงานซีไอโอยื่นคำร้องต่อศาลกรุงโซลขอขยายเวลาการออกหมายจับนายยุน ซอกยอล ที่ออกเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.67 และกำหนดสิ้นสุดในเที่ยงคืนวันที่ 6 ม.ค. มาเป็นวันที่ 21 ม.ค.
วันเดียวกัน มีการเผยแพร่จดหมายเขียนด้วยลายมือบนกระดาษ A 4 รวม 4 ฉบับ ในเฟซบุ๊กทางการของนายยุน ซอกยอล ที่ระบุยืนยันว่าการประกาศใช้กฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.67 ไม่ใช่อาชญากรรม แต่เป็นการใช้อำนาจของประธานาธิบดี ในการเอาชนะวิกฤติที่เกิดขึ้นในเกาหลีใต้ พร้อมระบุว่าการลงมติของรัฐสภาเพื่อถอดถอนให้พ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่มองว่าการใช้คำสั่งกฎอัยการศึกของตัวเองเป็นการก่อกบฏนั้นเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล และวิจารณ์ฝ่ายค้านว่าเป็นเผด็จการ ขัดขวางร่างกฎหมายและงบประมาณต่างๆ ทำให้กิจการภายในประเทศหยุดนิ่งกลายเป็นอัมพาต
ขอบคุณแหล่งที่มา : thairath
ข่าวใหม่















ความคิดเห็น