โตโน่ พาทีมฟื้นจากวิกฤต ยอมรับเหนื่อย แต่จะทำให้เต็มที่ อยากสร้างนักเตะเก่งๆ

นักแสดงหนุ่ม โตโน่ ภาคิน แฮปปี้ หลังพาทีม “นาคามรกต” ฟื้นจากวิกฤต ยอมรับเหนื่อย แต่จะทำให้เต็มที่ พร้อมเผยเป้าหมายของทีมในอนาคต
หลังจากเข้ารับตำแหน่งรักษาการประธานสโมสรเกษตรศาสตร์ เอฟซี เมื่อช่วงเดือนกันยายนของปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับผลงานของนักร้อง-นักแสดงหนุ่ม โตโน่ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าสามารถพาทีม “นาคามรกต” พลิกฟื้นจากวิกฤตต่างๆ มาได้ จนกลับมาสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักเตะและแฟนฟุตบอลอีกครั้ง

ล่าสุดวันที่ 9 ม.ค.2568 หนุ่มโตโน่ ได้จัดงานแถลงข่าวนโยบายและทิศทางของสโมสรฯ ของปีนี้ พร้อมเสริมทัพนักเตะใหม่เข้ามาร่วมทีม เปิดตัวเสื้อแคมเปญ 859 เพื่อหารายได้มาสนับสนุนทีมในลีก 2 รวมถึงเปิดตัวเพลง “ดวงใจนาคา” เพลงประจำทีมที่จะสร้างกำลังใจให้กับนักเตะ
ทั้งนี้หลังจากการแถลงข่าวเสร็จสิ้นลง โตโน่ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงสถานการณ์ของทีม เป้าหมายในระยะสั้น รวมไปถึงโอกาสที่จะนั่งแท่นประธานสโมสรอย่างจริงจัง
สถานการณ์ของทีมตอนนี้เป็นที่พอใจแค่ไหน? “สถานการณ์ของทีมตอนนี้ดีขึ้น แต่ว่ายังไม่ได้ปลอดภัย เราอยากทำให้ดีกว่านี้ อยากให้มั่นคงและยั่งยืน เลยเป็นที่มาของการแถลงข่าวและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับแฟนบอลในวันนี้ หลายอย่างที่แฟนบอลเสนอมาก็เป็นสิ่งที่เราคิดไว้เหมือนกัน แต่สิ่งที่เป็นประโยชน์มากๆ วันนี้คือพี่ๆ ศิษย์เก่า รวมถึงแฟนบอลจะเห็นภาพชัดมากขึ้นว่าสโมสรนึงเจอปัญหาอะไรบ้าง แล้วต้องแก้ยังไง คนคนเดียวไม่สามารถแก้ได้ ทุกคนต้องช่วยกัน หัวใจสำคัญของทีมไม่ใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่คือแฟนบอลจริงๆ ไม่อย่างนั้นทุกอย่างก็จะขึ้นอยู่กับแค่คนคนเดียว สมมติถ้าผมเลิกทำ ไม่ไหวแล้วผมเหนื่อย แบบนั้นทีมจะไปต่อยังไง แต่ถ้าเราเชื่อมต่อแฟนบอลให้เป็นเหมือนสังคมเหมือนครอบครัวได้ ผมเชื่อว่ามันก็จะมีอีกหลายคนที่เข้ามาทำเพราะว่า เขารักและจริงใจกับบ้านของเขา ฉะนั้นต่อให้เราบริหารได้ดีมีเงิน แต่ถ้าแฟนบอลไม่มี นักเตะไม่มีใจแค่มาเล่นไปงั้นๆ และรับเงินเดือน ฟุตบอลมันก็ไม่สนุก อีกอย่างฟุตบอลมันไม่ได้สำคัญแค่เรื่องของผลแพ้ชนะ แล้วยิ่งสโมสรด้วย ผมเลยพยายามปลุกหัวใจก่อน”
ตั้งแต่เข้ามารักษาการประธานสโมสรฯ สถานการณ์ของทีมก็เริ่มดีขึ้น หลายคนเลยฝากความหวังไว้ที่เราเยอะ ส่วนตัวมีความกดดันไหม? “ผมไม่กดดันอะไรเลยครับ แค่ทำให้ดีที่สุด แล้วก็เอาผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก ไม่ใช่ผลประโยชน์ส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง ผมคิดว่าแบบนี้จะทำให้ทีมเดินไปได้ แล้วผมก็เชื่อว่าแฟนบอลสัมผัสได้ว่าเราจริงหรือปลอม”
หลายคนทึ่งเหมือนกัน ในระยะเวลาไม่กี่เดือนเราสามารถทำให้ทีมที่อยู่ในเหวขึ้นมาได้ขนาดนี้? “เราทำงานกันหนักครับ เงินทุกบาททุกสตางค์ที่หามาได้จากการขายเสื้อ ขายบัตร จากสปอนเซอร์ เราคิดว่าเป็นเหมือนเงินเรา ฉะนั้นเราก็จะคิดถี่ถ้วนทุกอย่างในการที่จะตัดสินใจทำอะไร”
ทำไมถึงอุทิศตัวเองให้กับแวดวงฟุตบอลขนาดนี้? “ผมว่ามันก็ไม่ต่างกันนะ ก่อนหน้านี้ผมจะว่ายน้ำทำไม การที่ผมว่ายน้ำคนในชาติผมได้ประโยชน์ อันนี้ก็เหมือนกัน คนรักฟุตบอลก็มีความสุขนะครับ ทุกวันนี้เปิดข่าวดูมีแต่ข่าวโกงกันตีกันฆ่ากัน แต่ถ้าได้มาเจอข่าวที่เรามาช่วยกันสร้างสรรค์ทำสิ่งดีๆ เด็กๆ ได้เข้ามาดูกีฬาก็อาจจะได้รับแรงบันดาลใจกลับไป”

มุ่งมั่นตั้งใจขนาดนี้มีความคิดที่อยากจะขึ้นเป็นประธานสโมสรเลยไหม? “คิดนะครับ แต่รายละเอียดมันเยอะสำหรับเรื่องหลังบ้าน อย่างเช่นผมมีความคิดที่อยากจะเปิดอะคาเดมี่ก็ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ จะเปิดได้เลย ต้องมี A License ของโค้ชซึ่งต้องไปเรียน หรือต้องไปหาโค้ชที่เก่งจริงๆ ที่จะมาสอนลูกเต้าเขาให้พัฒนาต่อยอดได้จริงๆ ฉะนั้นมันมีอีกหลายอย่างที่ต้องพิจารณาให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจรับทำอะไร ผมไม่ชอบทำแล้วมันไม่สำเร็จหรือครึ่งๆ กลางๆ แต่ชอบทำแล้วได้ เลยต้องคิดให้ดี ที่สำคัญคอนเสิร์ตก็หนัก หนังอีก ละครด้วย”
ทุกวันนี้ต้องบาลานซ์ทุกอย่างไปด้วยกันให้ได้? “เริ่มจะบาลานซ์ไม่ได้แล้วครับ ต้องมากินข้าวในรถอย่างเนี้ย แต่ถ้าวันไหนไม่ไหวจริงๆ ก็จะนอนเยอะๆ ไม่ไปฟิตเนส จากเมื่อก่อนมีเล่นคอนเสิร์ตกลางคืน ตอนกลางวันก็มาเล่นฟิตเนส แต่ตอนนี้กลายเป็นว่ากลางวันต้องมาที่สนามบอล หรือต่อให้ยังไม่ต้องไปไหนเลยก็จะมีคนโทรมาปรึกษาปัญหาเรื่องนั้นเรื่องนี้เกี่ยวกับทีม กลายเป็นเราใช้สมองเยอะขึ้นมาก แต่เราก็มองโลกบวกเพราะทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์ที่ผมซื้อไม่ได้ วันหนึ่งถ้าผมได้เอาไปใช้ในงานแสดงของผม อาจจะมีประโยชน์ก็ได้”
เครียดหนักขนาดไหน? “เหนื่อยครับ ทุกคนรอบข้างก็เป็นห่วง ณิชาด้วย แต่เขาก็รู้แหละว่าเราทุ่มเทเพราะอะไร การที่เราทำตรงนี้แล้วช่วยให้อีก 50 ครอบครัวเขาดีขึ้น สิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้มันไม่ใช่แค่นักบอล แต่พ่อแม่นักบอล ลูกนักบอล ลูกสต๊าฟ พ่อค้าแม่ค้า มันมีอีกหลายอย่างที่ผมคิดว่ามันคุ้มกับสิ่งที่เราเหนื่อย ที่สำคัญสิ่งที่มันตีเป็นเงินไม่ได้คือเรื่องของแรงบันดาลใจดีๆ ที่เด็กๆ ได้มาดูบอลกับพ่อแม่ เวลาผมมองไปที่อัฒจันทร์แล้วเห็นภาพเหล่านี้จะรู้สึกว่าอันนี้เป็นค่าตัวเรา เดี๋ยววันหนึ่งผมก็จะหมดเวลาของผม ผมจะแก่ ผมไม่ดัง แต่ในช่วงที่ทุกคนยังพอจะมาหาผมได้อยู่และได้ทำสิ่งนี้ด้วยกัน ผมว่ามันเป็นสิ่งที่น่าชื่นใจนะครับ

มองอนาคตของสโมสรฟุตบอลเกษตรศาสตร์ เอฟซี ไว้ยังไงบ้าง? “อยากให้ยั่งยืนครับ อยากให้เป็นสโมสรที่สร้างช้างเผือก สร้างนักเตะไทยเก่งๆ ขึ้นมา อย่างที่บอกว่าไม่ได้ซีเรียสเลยว่าต้องขึ้นไป T1 เท่านั้น แค่อยากให้มั่นคง ให้โอกาสเด็กไทยเยอะๆ ให้เขามีพื้นที่ได้ลับกระดูกในระหว่างที่ทุกทีมแข่งกันซื้อตัวนักเตะหลายสิบล้าน อันนี้อาจจะเกินตัวไปหน่อยแต่เป็นสิ่งที่ผมคิด มันจะเป็นเด็กจากเกษตรศาสตร์เอฟซีบ้างไม่ได้เหรอที่ไปเล่นที่ญี่ปุ่น หรือเป็นพาร์ตเนอร์กับทีมจากสิงคโปร์”
สถานการณ์ของทีมตอนนี้เริ่มคลี่คลายแล้ว เป้าหมายในระยะสั้นในฤดูกาลนี้อยากจะเห็นอะไรบ้าง? “ผมอยากจ่ายเงินเดือนนักบอลได้ 100% ทุกเดือน ถึงได้มีการทำเสื้อคอลเลคชั่นพิเศษ 859 ขึ้นมา จำนวน 5,000 ตัว ซึ่งเป็นการออกแบบร่วมกันระหว่างผมกับทาง BODY GLOVE เริ่มเปิดจองแล้วสามารถสั่งจองได้ที่เพจของเกษตรศาสตร์เอฟซี แล้วก็หวังอยากให้ทีมได้ไป Plyaoff จะได้ขึ้นไม่ได้ขึ้นไม่รู้ แต่ว่ามันคงเหมือนหนังเลย ถ้าทำได้จากเงินสโมสรที่มีอยู่ในบัญชี 859 บาท แล้วไปสู้กับเขากับทีมที่ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์เดียวกับเรา มันคงจะสร้างแรงบันดาลใจกับคนได้อีกเยอะ อันนั้นคือสิ่งที่เราฝันไว้เนอะ แต่ว่าความสำคัญหลักๆ เลยคือความยั่งยืนของสโมสรครับ”
ล่าสุดเปิดตัวเพลง “ดวงใจนาคา” ด้วย? “สำหรับเพลงนี้ต้องขอบคุณพี่เอก เดอะวอยซ์ พี่หมู บิ๊กแอส และ Mango Team ที่ช่วยกันสร้างเพลงนี้ขึ้นมาให้กับแฟนบอลทุกคน จริงๆ เพลงนี้ที่เขียนขึ้นมาผมไม่ได้นึกถึงแค่ทีมเกษตรศาสตร์เอฟซีนะครับ แต่อยากมอบให้กับทุกคนที่อยู่ในช่วงที่วิกฤตของชีวิต แต่ว่าเลือกที่จะสู้ ไม่ยอมแพ้กับโชคชะตา เลยตั้งชื่อเพลงนี้ว่าดวงใจนาคาครับ”
ไอเดียต่างๆ ของเราดีต่อวงการฟุตบอลไทย ในอนาคตมีโอกาสจะได้เห็นเข้าไปอยู่ในสมาคมฟุตบอลบ้างไหม? “ไม่ได้คิดเลยครับ คิดแค่ว่าวันนี้ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด แล้วก็เพื่อส่วนรวมสำคัญที่สุด ไม่ใช่เพื่อตำแหน่งด้วย ตัวเราเองมาอันดับสองครับ”
สุขภาพร่างกายล่ะ วันนี้ดูป่วยๆ? “ใช่ครับ ผมเป็นหลอดลมอักเสบมาเดือนนึงแล้วครับ ไอไม่หยุด แล้วเวลาเล่นคอนเสิร์ตจะยากมาก สาเหตุมันก็มาจากการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ นอนน้อย เมื่อก่อนเราใช้ร่างกายไง แต่ตอนนี้มันใช้สมองเพิ่มเข้ามาอีกเยอะ ที่ผมบอกบนเวทีว่ารู้สึกแก่ขึ้นไปเยอะมาก อันนี้พูดจริงครับ รู้สึกว่าหน้าผมเหี่ยว ตาโหล แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกเพราะผมเป็นสายซิ่งมอเตอร์ไซค์อยู่แล้ว ไม่ได้เน้นหน้าตาเท่าไหร่”.

ขอบคุณแหล่งที่มา : khaosod
บันเทิง










.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)

.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)


ความคิดเห็น